แชร์

การเพิ่มประสิทธิภาพภายในคลังสินค้า

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ค. 2024
1047 ผู้เข้าชม

แนวทางที่1 พนักงานที่จะถูกกำหนดให้ทำงานในคลังสินค้าขององค์กร ต้องผ่านการคัดเลือกจากบุคคลที่มีความรู้ตรงตามรูปแบบการทำงานที่ต้องรับผิดชอบในคลังสินค้า มีการทดสอบความรู้ก่อนรับเข้าทำงาน ตลอดจนต้องผ่านการอบรมรูปแบบการทำงานที่ทำให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพในคลังสินค้า การอบรบถึงจิตสำนึกในการทำงานที่ดีที่ไม่สร้างปัญหาต่อเนื่องให้เกิดขึ้นในคลังสินค้า เพราะทุกการดำเนินการในคลังสินค้าล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องและเริ่มต้นจากบุคลากรในคลังสินค้า (ยกเว้นกรณีที่เป็นคลังสินค้าอัตโนมัติที่ดำเนินการผ่านระบบเครื่องจักรและกลไกควบคุมทั้งหมด)

แนวทางที่2 การกำหนดรอบตรวจนับสินค้าในคลังสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรทราบจำนวนสินค้าในคลังปัจจุบันเทียบกับจำนวนในระบบ หากปริมาณไม่ตรงกันผู้รับผิดชอบจะได้ทำการตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องทนที นอกจากนั้นการทราบจำนวนสินค้าในคลังปัจจุบันยังทำให้ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายวางแผงการผลิตได้รับข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการวางแผนการทำงานที่ประหยัดไม่เกิดการสั่งสินค้ามาเกิดความต้องการใช้จริงขององค์กร

แนวทางที่3 การสร้างรูปแบบการจัดเรียงที่เป็นระเบียบและการจัดสินค้าแลลแยกลำดับความสำคัญของสินค้า ความมีระเบียบของคลังสินค้าส่งผลโดยตรงต่อความรวดเร็วในการค้นหาสินค้า ปัญหาสินค้าค้างสต๊อคจนหมดอายุการใช้งาน ปัญหาสินค้าเต็มคลังหรือมีปริมาณมากเกินความจำเป็น ปัญหาเหล่านี้ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากคลังสินค้าที่ไม่เป็นระเบียบทั้งสิ้น การจัดสินค้าแบบแยกลำดับความสำคัญของสินค้าจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการค้นหาสินค้า

แนวทางที่4 การนำระบบจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System : WMS) หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับคลังสินค้ามาใช้ ระบบจัดการคลังสินค้าจะช่วยให้ผู้ดูแลทราบข้อมูลปัจจุบัน (Real Time) ความสะดวกในการใช้งาน การลดเวลาในการค้นหาข้อมูล การทราบข้อมูลปริมาณสินค้าคงคลัง ตำแหน่งจัดวาง และข้อมุลพื้นฐานที่จำเป็นเกี่ยวกับคลังสินค้าค้าทั้งหมดในทันที ช่วยให้องค์กรมีข้อมูลด้านคลังสินค้าเพื่อประกอบการตัดสินใจเรื่องต่่างๆ ที่สะดวกและแม่นยำกว่าการใช้ระบบการบันทึกข้อมูลแบบเดิม ลดต้นทุนที่เกิดจากความสูญเสียในคลังสินค้าและลดเวลาและความผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานของคน ในส่วนของเทคโนโลยีปัจจุบันมีการพัฒนาซอร์ฟแวร์และอุปกรณ์ด้านโลจิสติกส์ที่สามารถช่วยเพิ่มความสะดวก ลดเวลาการทำงานและลดจำนวนการใช้งานคนและเครื่องจักรในคลังสินค้าขึ้นมามากมาย อาทิเช่น การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และการควบคุมอุตโนมัติในรูปแบบของหุ่นยนต์ขนย้ายสินค้าในคลังสินค้า (Warehouse Logistic Robotsz) เข้ามาทำหน้าที่แทนรถโฟล์ลิฟที่ใช้ขนย้ายสินค้าภายในคลังสินค้าเพื่อลดต้นทุนในคลังสินค้าที่เกิดจากการเคลื่อนย้านสินค้าในคลังแบบเดิม

BY : NUN

ที่มา https://bait.rmutsb.ac.th/content/warehousing-management/


บทความที่เกี่ยวข้อง
7 เคล็ดลับร้านค้าออนไลน์ช่วยจัดการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ
ในการทำธุรกิจออนไลน์ การขนส่งสินค้าไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการขาย แต่เป็น “ตัวชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้า” และ “จุดเปลี่ยนต้นทุน” ที่ส่งผลต่อกำไรโดยตรง การจัดการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ทุกแห่งไม่ควรมองข้าม ต่อไปนี้คือ 7 เคล็ดลับสำคัญ ที่จะช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณบริหารจัดการการขนส่งได้อย่างมืออาชีพ ประหยัดต้นทุน และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ในระยะยาว
สีเขียว_สีเหลือง_น่ารัก_ภาพประกอบ_ปิดร้านค้า_Sorry_We_Are_Closed_Instagram_Post_.png BS Rut กองรถ
28 ก.ค. 2025
หน้าที่หลักของคลังสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
คลังสินค้าเป็น “ที่เก็บของ” แต่ในความเป็นจริงแล้ว คลังสินค้ามีบทบาทมากกว่านั้น และส่งผลโดยตรงต่อ ต้นทุน ความรวดเร็ว และความพึงพอใจของลูกค้า
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
26 พ.ย. 2025
สต๊อกล้นเพราะ “คาดการณ์ผิด” ไม่ใช่เพราะขายไม่ดี
สต๊อกล้นไม่ใช่ปัญหาการขายเสมอไป แต่เกิดจากการคาดการณ์ที่ผิดพลาด บทความนี้อธิบายสาเหตุและบทเรียนที่หลายคลังเจอจริง
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
30 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้