แชร์

การเพิ่มประสิทธิภาพภายในคลังสินค้า

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ค. 2024
955 ผู้เข้าชม

แนวทางที่1 พนักงานที่จะถูกกำหนดให้ทำงานในคลังสินค้าขององค์กร ต้องผ่านการคัดเลือกจากบุคคลที่มีความรู้ตรงตามรูปแบบการทำงานที่ต้องรับผิดชอบในคลังสินค้า มีการทดสอบความรู้ก่อนรับเข้าทำงาน ตลอดจนต้องผ่านการอบรมรูปแบบการทำงานที่ทำให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพในคลังสินค้า การอบรบถึงจิตสำนึกในการทำงานที่ดีที่ไม่สร้างปัญหาต่อเนื่องให้เกิดขึ้นในคลังสินค้า เพราะทุกการดำเนินการในคลังสินค้าล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องและเริ่มต้นจากบุคลากรในคลังสินค้า (ยกเว้นกรณีที่เป็นคลังสินค้าอัตโนมัติที่ดำเนินการผ่านระบบเครื่องจักรและกลไกควบคุมทั้งหมด)

แนวทางที่2 การกำหนดรอบตรวจนับสินค้าในคลังสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรทราบจำนวนสินค้าในคลังปัจจุบันเทียบกับจำนวนในระบบ หากปริมาณไม่ตรงกันผู้รับผิดชอบจะได้ทำการตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องทนที นอกจากนั้นการทราบจำนวนสินค้าในคลังปัจจุบันยังทำให้ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายวางแผงการผลิตได้รับข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการวางแผนการทำงานที่ประหยัดไม่เกิดการสั่งสินค้ามาเกิดความต้องการใช้จริงขององค์กร

แนวทางที่3 การสร้างรูปแบบการจัดเรียงที่เป็นระเบียบและการจัดสินค้าแลลแยกลำดับความสำคัญของสินค้า ความมีระเบียบของคลังสินค้าส่งผลโดยตรงต่อความรวดเร็วในการค้นหาสินค้า ปัญหาสินค้าค้างสต๊อคจนหมดอายุการใช้งาน ปัญหาสินค้าเต็มคลังหรือมีปริมาณมากเกินความจำเป็น ปัญหาเหล่านี้ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากคลังสินค้าที่ไม่เป็นระเบียบทั้งสิ้น การจัดสินค้าแบบแยกลำดับความสำคัญของสินค้าจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการค้นหาสินค้า

แนวทางที่4 การนำระบบจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System : WMS) หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับคลังสินค้ามาใช้ ระบบจัดการคลังสินค้าจะช่วยให้ผู้ดูแลทราบข้อมูลปัจจุบัน (Real Time) ความสะดวกในการใช้งาน การลดเวลาในการค้นหาข้อมูล การทราบข้อมูลปริมาณสินค้าคงคลัง ตำแหน่งจัดวาง และข้อมุลพื้นฐานที่จำเป็นเกี่ยวกับคลังสินค้าค้าทั้งหมดในทันที ช่วยให้องค์กรมีข้อมูลด้านคลังสินค้าเพื่อประกอบการตัดสินใจเรื่องต่่างๆ ที่สะดวกและแม่นยำกว่าการใช้ระบบการบันทึกข้อมูลแบบเดิม ลดต้นทุนที่เกิดจากความสูญเสียในคลังสินค้าและลดเวลาและความผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานของคน ในส่วนของเทคโนโลยีปัจจุบันมีการพัฒนาซอร์ฟแวร์และอุปกรณ์ด้านโลจิสติกส์ที่สามารถช่วยเพิ่มความสะดวก ลดเวลาการทำงานและลดจำนวนการใช้งานคนและเครื่องจักรในคลังสินค้าขึ้นมามากมาย อาทิเช่น การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และการควบคุมอุตโนมัติในรูปแบบของหุ่นยนต์ขนย้ายสินค้าในคลังสินค้า (Warehouse Logistic Robotsz) เข้ามาทำหน้าที่แทนรถโฟล์ลิฟที่ใช้ขนย้ายสินค้าภายในคลังสินค้าเพื่อลดต้นทุนในคลังสินค้าที่เกิดจากการเคลื่อนย้านสินค้าในคลังแบบเดิม

BY : NUN

ที่มา https://bait.rmutsb.ac.th/content/warehousing-management/


บทความที่เกี่ยวข้อง
เริ่มต้นแฟรนไชส์ขนส่งพัสดุ ลงทุนน้อย คืนทุนไว – โอกาสสร้างรายได้ปี 2025
ในยุคที่อีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างก้าวกระโดด ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจขนส่งจึงน่าสนใจอย่างยิ่ง
ร่วมมือ.jpg Contact Center
11 ก.ค. 2025
GIGO: 'ขยะเข้าก็ได้ขยะออก' หลักการสำคัญที่ทำให้การสรุปยอดของคุณแม่นยำ
ในโลกธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล มีคำกล่าวสุดคลาสสิกที่ว่า "Garbage In, Garbage Out" (GIGO) หรือ "ขยะเข้า ก็ได้ขยะออก" หลักการนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในธุรกิจคลังสินค้าและ Fulfillment ที่ทุกการตัดสินใจขึ้นอยู่กับ "การสรุปยอด" ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย, ต้นทุน, หรือประสิทธิภาพการทำงาน
ซาล(นักศึกษาฝึกงาน)
9 ก.ย. 2025
Reverse Logistics: พลิกวิกฤต "สินค้าตีกลับ" ให้เป็นกำไร พร้อมกู้โลกแบบ Win-Win!
"ของตีกลับ" คำสั้นๆ แต่ทำเอาคนขายออนไลน์ปวดใจไปหลายวัน...
ร่วมมือ.jpg Contact Center
17 มี.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้