แชร์

4 เทคโนโลยีดิจิทัลที่จะมาช่วยยกระดับธุรกิจโลจิสติกส์

อัพเดทล่าสุด: 16 ก.ค. 2024
1192 ผู้เข้าชม

เทคโนโลยีหลักทั้ง 4 ด้าน
1. อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง Internet of Things (IoT)
Internet of Things หรือ IoT คืออุปกรณ์และสิ่งของหลากหลายประเภทที่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและส่งผ่านข้อมูลทางระบบไร้สายได้ ยกตัวอย่างในสายงานโลจิสติกส์ เช่น รถบรรทุก กล้องวงจรปิดในคลังสินค้า รวมถึงอุปกรณ์ติดตามขนาดจิ๋วที่เดินทางไปพร้อมกับกล่องขนส่งพัสดุจนถึงมือผู้รับ



2. ยานพาหนะไร้คนขับ (Driverless Vehicles)
นอกจากรถยนต์ไร้คนขับจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเดินทางคมนาคมของผู้คนในชีวิตประจำวันแล้ว ก็ยังส่งผลกระทบถึงอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ด้วย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งทั่วโลกต่างคิดค้นและพัฒนายานพาหนะสำหรับขนส่งสินค้าแบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะสำหรับการเดินทางระยะไกลที่คนขับรถต้องเหนื่อยเป็นพิเศษ

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ รถขนส่งพัสดุไร้คนขับจาก Neolix บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศจีน ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ไม่ปล่อยมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศ อีกทั้งยังสามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุดมากถึง 500 กิโลกรัม ปัจจุบัน FedEx บริษัทโลจิสติกส์ระดับโลกได้จับมือกับ Neolix เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



3. บล็อกเชน (Blockchain)
เทคโนโลยีบล็อกเชน หรือ Distributed Ledger Technology (DLT) คือ ระบบเก็บและประมวลผลข้อมูลแบบกระจายศูนย์ที่ปราศจากคนกลาง แต่อาศัยการยืนยันจากผู้ใช้งานทุกคนในเครือข่ายเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและน่าเชื่อถือของข้อมูล จึงเป็นเรื่องยากที่จะมีใครสามารถแอบปลอมแปลงข้อมูลในระบบบล็อกเชนได้นั่นเอง



4. หุ่นยนต์ (Robotics)
เทคโนโลยีหลักประเภทสุดท้ายที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์แห่งโลกอนาคต คือ หุ่นยนต์ ที่จะเข้ามาช่วยทุ่นแรงและเพิ่มความปลอดภัยให้พนักงานในกระบวนการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ยกกล่องพัสดุขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก รวมถึงการจัดเรียงและบรรจุสินค้า เป็นต้น



ที่มา : 6partylogistics


บทความที่เกี่ยวข้อง
รถ EV ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในประเทศไทย
รถ EV มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของไทยให้เป็นไปในทิศทางที่ยั่งยืน
25 พ.ย. 2024
Reverse Logistics: เปลี่ยน "ของตีกลับ" ให้กลายเป็น "โอกาส" ทางธุรกิจได้อย่างไร?
สำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคอีคอมเมิร์ซที่การซื้อขายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คำว่า "ของตีกลับ" หรือ "สินค้าคืน" มักเป็นคำที่ไม่มีใครอยากได้ยิน มันคือภาพสะท้อนของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าขนส่งที่เสียไป ค่าแรงงานในการจัดการ และมูลค่าสินค้าที่อาจลดลง แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ล่ะ? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรามองว่าสินค้าทุกชิ้นที่ถูกส่งคืน ไม่ใช่แค่ "ต้นทุน" แต่เป็น "โอกาส" ที่ซ่อนอยู่ในการสร้างความภักดีของลูกค้า, การเก็บข้อมูลล้ำค่า, และแม้กระทั่งการสร้างรายได้ใหม่ๆ บทความนี้จะพาไปสำรวจโลกของ Reverse Logistics (โลจิสติกส์ย้อนกลับ) และวิธีเปลี่ยนกระบวนการที่น่าปวดหัวนี้ให้กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่สร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจของคุณ
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
16 ก.ย. 2025
รับมือพายุออเดอร์! เคล็ดลับจัดการออเดอร์ทะลักช่วงโปรโมชันแบบไม่มีสะดุด
เทศกาลลดราคาอย่าง Double Day (11.11, 12.12), Payday หรือแคมเปญ Flash Sale ถือเป็นนาทีทองที่ผู้ประกอบการ SME ทุกคนตั้งตารอ เพราะเป็นช่วงที่ยอดขายสามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดด
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
2 มี.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้