แชร์

วิธีตั้งราคาแบบ Triple-Code จิตวิทยาการตั้งราคาที่เล่นกับสมองมนุษย์

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 7 ม.ค. 2025
532 ผู้เข้าชม

วิธีตั้งราคาแบบ Triple-Code จิตวิทยาการตั้งราคาที่เล่นกับสมองมนุษย์

 

Triple-Code Pricing เป็นกลยุทธ์การตั้งราคาที่อาศัยหลักจิตวิทยาในการรับรู้ของมนุษย์ โดยนำตัวเลข 3 ตัว มาจัดวางในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการได้ง่ายขึ้น

 

หลักการทำงานของ Triple-Code Pricing

หลักการสำคัญของวิธีนี้คือ การใช้ตัวเลข 3 ตัวมาเรียงกันในรูปแบบที่ดูสมเหตุสมผลและน่าสนใจ เช่น 9.99, 199, หรือ 299 บาท ตัวเลขเหล่านี้จะส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในหลายระดับ ดังนี้

  • ระดับแรก: การรับรู้ สมองของมนุษย์จะรับรู้ตัวเลข 3 หลักได้ง่ายกว่าตัวเลข 4 หลัก ทำให้ราคาดูลดลงและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
  • ระดับที่สอง: การเปรียบเทียบ เมื่อเห็นตัวเลข 9 ในหลักหน่วย สมองจะเปรียบเทียบกับตัวเลขกลมๆ เช่น 10 หรือ 20 ทำให้รู้สึกว่าราคานี้ถูกกว่ามาก
  • ระดับที่สาม: การตัดสินใจ การใช้ตัวเลข 3 หลักจะสร้างความรู้สึกว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าและน่าสนใจ ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

 

ตัวอย่างการใช้ Triple-Code Pricing

  • ราคา 999 บาท: ดูเหมือนราคาจะใกล้เคียงกับ 900 บาท มากกว่า 1,000 บาท ทำให้รู้สึกว่าราคาถูกกว่า
  • ราคา 19.99 บาท: ดูเหมือนราคาจะใกล้เคียงกับ 19 บาท มากกว่า 20 บาท ทำให้รู้สึกคุ้มค่า
  • ราคา 299 บาท: ดูเหมือนราคาจะไม่ถึง 300 บาท ทำให้รู้สึกว่าราคาไม่แพง

 

เหตุผลที่ Triple-Code Pricing ได้ผล

  • จิตวิทยาการรับรู้: สมองของมนุษย์จะให้ความสำคัญกับหลักหน่วยมากกว่าหลักสิบและหลักร้อย
  • การเปรียบเทียบ: การเปรียบเทียบราคาทำให้รู้สึกว่าได้ส่วนลด
  • ความคุ้มค่า: การใช้ตัวเลข 3 หลักทำให้รู้สึกว่าราคานี้น่าสนใจและคุ้มค่า

 

ข้อควรระวังในการใช้ Triple-Code Pricing

  • ไม่ควรใช้กับสินค้าราคาสูง: สำหรับสินค้าราคาสูง การลดราคาเพียง 1 บาท อาจไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อ
  • ต้องสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์: การตั้งราคาแบบนี้ต้องสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย
  • ไม่ควรใช้บ่อยเกินไป: หากใช้บ่อยเกินไป ผู้บริโภคอาจจะรู้สึกเบื่อและไม่สนใจ

 

สรุป

Triple-Code Pricing เป็นกลยุทธ์การตั้งราคาที่อาศัยหลักจิตวิทยามาช่วยในการเพิ่มยอดขาย การเข้าใจหลักการทำงานของวิธีนี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถกำหนดราคาสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Niche Market: ทำไมการขาย "ทุกคน" ถึงเท่ากับขาย "ไม่มีใครเลย"
คำถามแรกที่ผมมักถามผู้ประกอบการใหม่ๆ คือ "ลูกค้าของคุณคือใคร?" และคำตอบที่น่ากลัวที่สุดที่มักจะได้ยินคือ "ทุกคน... สินค้าของฉันใช้ได้กับทุกคน"คำถามแรกที่ผมมักถามผู้ประกอบการใหม่ๆ คือ "ลูกค้าของคุณคือใคร?" และคำตอบที่น่ากลัวที่สุดที่มักจะได้ยินคือ "ทุกคน... สินค้าของฉันใช้ได้กับทุกคน"
ร่วมมือ.jpg Contact Center
31 ม.ค. 2026
เลิก "เดา" แล้วใช้ "ข้อมูล"! เจาะลึก Big Data: เปลี่ยน "ประวัติการขนส่ง" ให้เป็นแผนสั่งของที่แม่นยำราวจับวาง
คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้ไหมครับ? "สั่งของมาตุนไว้เยอะเกินไปจนล้นโกดัง เพราะกลัวของขาด" "กะเวลาของเข้าพลาด รถติด ของมาส่งไม่ทัน ไลน์ผลิตต้องหยุดชะงัก" "ช่วงโปรโมชั่นขายดีมาก แต่สั่งรถขนส่งไม่ทัน เพราะไม่ได้จองล่วงหน้า" ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการบริหารจัดการแบบ "ใช้สัญชาตญาณ" (Gut Feeling) ครับ แต่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่มี "ข้อมูล" (Data) มากที่สุด วันนี้ BS Transport จะพาคุณไปดูว่า กองเอกสารและประวัติการขนส่งที่คุณมีอยู่ในมือ (ที่เรียกว่า Big Data) สามารถเปลี่ยนเป็น "คัมภีร์" ที่ช่วยให้คุณวางแผนสั่งของล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำได้อย่างไร?
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
26 ม.ค. 2026
"โปรโมชั่น 9.9 / 11.11: เตรียมทีมแพ็คและรถขนส่งยังไง ไม่ให้ออเดอร์ตกค้าง"
ยอดขายปังแต่พังเพราะส่งช้า! เตรียมร้านให้พร้อมรับมือเทศกาล 9.9 และ 11.11 ด้วยเทคนิคจัดการสต็อก วางแผนทีมแพ็ค และจองรถขนส่งล่วงหน้ากับ BS Express ปิดจบทุกปัญหาออเดอร์ล้น
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
24 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ